งบการเงินส่วนบุคคล จุดเริ่มต้นของการวางแผนเกษียณที่หลายคนมองข้าม

การวางแผนเกษียณมักเริ่มต้นจากคำถามว่า ต้องหารายได้เท่าไร หรือควรลงทุนอะไร แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มีคำถามพื้นฐานที่หลายคนข้ามไป นั่นคือ "วันนี้ เรามีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร?"
หลายคนรู้ว่าตัวเองมีรายได้เดือนละเท่าไร แต่กลับตอบไม่ได้ว่ามีทรัพย์สินทั้งหมดกี่บาท มีหนี้สินคงค้างเท่าไร หรือแต่ละเดือนเหลือเงินออมจริง ๆ เท่าไร การวางแผนเกษียณจึงไม่ต่างจากการออกเดินทางโดยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหนของแผนที่
เครื่องมือที่ช่วยตอบคำถามนี้อาจไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะก็คือ "งบการเงินส่วนบุคคล"
งบการเงินส่วนบุคคลคืออะไร
หลายคนมองว่างบการเงินเป็นเรื่องของบริษัทหรือธุรกิจ แต่ในความเป็นจริง ทุกคนสามารถมีงบการเงินของตัวเองได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน และงบรายรับ-รายจ่าย
งบแสดงฐานะการเงิน
งบนี้ช่วยให้เห็นภาพว่า ณ วันนี้ เรามีอะไร และเป็นหนี้อะไรบ้าง
ฝั่งทรัพย์สินอาจประกอบด้วยเงินสด เงินฝาก เงินลงทุน บ้าน คอนโด รถยนต์ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ฝั่งหนี้สินอาจเป็นสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อนำทรัพย์สินมาหักด้วยหนี้สิน จะได้สิ่งที่เรียกว่า "มูลค่าสุทธิ"
ยกตัวอย่าง หากมีทรัพย์สิน 5 ล้านบาท และมีหนี้สิน 2 ล้านบาท มูลค่าสุทธิจะอยู่ที่ 3 ล้านบาท ตัวเลขนี้เปรียบเสมือนคะแนนสะสมทางการเงิน ที่ช่วยให้เห็นว่าความมั่งคั่งของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
งบรายรับ-รายจ่าย
อีกด้านหนึ่งคือการติดตามว่าในแต่ละเดือน เงินเข้ามาเท่าไร และเงินออกไปกับอะไรบ้าง
สมมติว่ามีรายได้เดือนละ 60,000 บาท แต่เมื่อหักค่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายครอบครัว และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว เหลือเงินออมเพียง 5,000 บาท หลายคนพบว่าตัวเองไม่ได้มีปัญหาเรื่องรายได้ แต่มีปัญหาเรื่องเงินรั่วไหล ซึ่งการทำงบรายรับ-รายจ่ายจะช่วยให้มองเห็นและแก้ไขได้ตรงจุด
อยากเกษียณสบาย ต้องรู้สถานะการเงินของตัวเองก่อน
ลองนึกถึงการเดินทางด้วย GPS ก่อนจะบอกเส้นทางไปยังจุดหมาย ระบบต้องรู้ก่อนว่าเราอยู่ตรงไหน การวางแผนเกษียณก็เช่นเดียวกัน หากตั้งเป้าว่าอยากมีเงินใช้เดือนละ 40,000 บาทหลังเกษียณ แต่ไม่รู้ว่าปัจจุบันมีทรัพย์สินเท่าไร มีหนี้เท่าไร และออมเงินได้เดือนละเท่าไร ก็ยากที่จะวางแผนให้ไปถึงเป้าหมายได้
ในทางกลับกัน คนที่จัดทำงบการเงินส่วนบุคคลเป็นประจำ จะสามารถประเมินได้ว่ามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่ หนี้สินอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือเปล่า เงินออมต่อเดือนเพียงพอกับเป้าหมายเกษียณหรือไม่ และควรลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มรายได้ในด้านใด ที่สำคัญ การสร้างรายได้เพิ่มเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่รู้ว่าแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายและภาระทางการเงินอยู่มากน้อยแค่ไหน
เริ่มทำงบการเงินส่วนบุคคลได้อย่างไร
ข่าวดีคือ ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมซับซ้อน เพียงปีละ 1 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน ลองรวบรวมข้อมูลทรัพย์สิน หนี้สิน คำนวณมูลค่าสุทธิ บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า
หากมูลค่าสุทธิเพิ่มขึ้นและมีเงินออมอย่างสม่ำเสมอ ก็สะท้อนว่ากำลังเดินไปในทิศทางที่ดี แต่หากรายได้เพิ่มขึ้นแต่เงินเก็บไม่เพิ่ม หรือหนี้สินเติบโตเร็วกว่าทรัพย์สิน ก็อาจถึงเวลาทบทวนแผนการเงินของตัวเอง
การทำงบการเงินส่วนบุคคลไม่ได้มีไว้เพื่อเปรียบเทียบว่าใครรวยหรือจน แต่มีไว้เพื่อให้รู้ว่าควรจัดการเรื่องการเงินอย่างไรต่อไป
สรุป
การวางแผนเกษียณไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการมีเงินจำนวนมาก แต่ควรเริ่มจากการรู้จักสถานะทางการเงินของตัวเอง เพราะสิ่งที่วัดผลได้ ย่อมบริหารจัดการได้ และบางครั้ง การใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการจัดทำงบการเงินส่วนบุคคล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงทางการเงินในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)
FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19
ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น



ความคิดเห็น