top of page

กฎหมายแรงงาน มาตรา 118 ปี 2562 กระทบการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน TAS19 อย่างไร

  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

กฎหมายแรงงาน มาตรา 118 (ฉบับแก้ไขปี 2562) เปลี่ยนอะไรไปบ้าง

การปรับปรุงกฎหมายแรงงานครั้งสำคัญเมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) ได้เปลี่ยนโครงสร้างของค่าชดเชยตามมาตรา 118 อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลายองค์กรต้องกลับมาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับ “ผลประโยชน์พนักงาน” ใหม่ทั้งหมด

 

การเพิ่มอัตราค่าชดเชยสูงสุดจาก 300 วันเป็น 400 วัน

การแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มจำนวนค่าชดเชยจากเดิมสูงสุด 300 วันเป็น 400 วันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบรรทัดฐานใหม่ของการดูแลแรงงานที่มีอายุงานนาน และสะท้อนความจริงที่ว่าแรงงานไทยมีแนวโน้มในการทำงานที่ยาวขึ้น โดยองค์กรจะมีภาระผูกพันระยะยาวที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ผลของการแก้กฎหมายต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตาม TAS19

ที่สำคัญคือ การแก้กฎหมายครั้งนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานบัญชีไทย ฉบับที่ 19 (TAS19) อย่างชัดเจนในทุกองค์กร เพราะกฎหมายแรงงานให้ตีความอย่างชัดเจนว่า “เกษียณ เท่ากับ เลิกจ้าง” ซึ่งหมายความว่า สิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 จะต้องถูกนำมาคิดเป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณผลประโยชน์พนักงานที่องค์กรต้องเตรียมจ่ายในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ทำไม “เกษียณ” จึงถูกตีความว่าเท่ากับ “เลิกจ้าง” ตามมาตรา 118

ในทางปฏิบัติ หลายองค์กรยังเข้าใจผิดว่าค่าชดเชยตามมาตรา 118 เกิดขึ้นเฉพาะในกรณี “เลิกจ้าง” แต่สำหรับนักกฎหมายแรงงานและนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแล้ว เกษียณอายุถูกตีความว่าเป็น “การเลิกจ้างตามเหตุปกติ” ตามมาตรา 118 เช่นเดียวกัน หมายความว่า เมื่อพนักงานเกษียณ บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยในอัตราเดียวกับการเลิกจ้างตามอายุงานทันที การตีความตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าองค์กรคิดว่าเกษียณไม่ต้องจ่ายตามมาตรา 118 ก็จะทำให้การคำนวณผลประโยชน์พนักงานผิดไปในทันที และเมื่อข้อมูลตั้งต้นผิด ตัวเลขในการตั้งสำรองใน TAS19 ทั้งหมดก็จะผิดตามกันไปโดยอัตโนมัติ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในการคำนวณผลประโยชน์พนักงานนั้น บริษัทหรือนายจ้างจะต้องเริ่มต้นจากการตีความสิทธิพนักงานตามกฎหมายให้ถูกต้องก่อนเป็นอันดับแรก

 

ผลกระทบด้านขนาดสิทธิและมูลค่าภาระผูกพัน (PBO)

ผลกระทบต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานบัญชีไทย ฉบับที่ 19 (TAS19) จากการปรับปรุงกฎหมายปี 2562 ในมาตรา 118 จึงมีหลายชั้น ชั้นแรกคือ “ขนาดของสิทธิ” ที่เพิ่มขึ้นโดยตรง เช่น พนักงานอายุงาน 20 ปีขึ้นไปต้องได้รับค่าชดเชย 400 วันแทน 300 วัน ซึ่งทำให้มูลค่าภาระผูกพัน (Projected Benefit Obligation – PBO) เพิ่มขึ้นทันที โดยเฉพาะองค์กรที่มีพนักงานอายุงานสูงอยู่จำนวนมาก

 

การรับรู้ค่าใช้จ่าย: Past Service Cost และผลกระทบต่องบกำไรขาดทุน (P&L)

ชั้นที่สองคือ การรับรู้ค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของผลประโยชน์ทำให้บริษัทต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายจำนวณมาก เกิดเป็นต้นทุนบริษัทในปีนั้นทันทีจากการรับรู้ภาระผูกพันในอนาคตเพิ่มขึ้น และบันทึกรายการลงใน ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost : PSC) และรับรู้ผ่านงบกำไรขาดทุน (P&L) ไม่สามารถแบ่งไปรับรู้ในปีอื่นเพื่อทยอยรับรู้ รวมถึงผลักภาระลงงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ (OCI) หรือส่วนของเจ้าของได้

 

ผลกระทบเชิงกลยุทธ์ต่อ HR และการบริหารกระแสเงินสด

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังทำให้การวางแผนองค์กรต้องละเอียดขึ้น พนักงานที่อยู่ในช่วงอายุงานยาว เช่น มีอายุงาน 15 – 25 ปี จะกลายเป็นกลุ่มที่สร้างภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานในงบการเงินของบริษัทมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่องค์กรจำนวนมากต้องเข้ามาทบทวนกลยุทธ์ HR เช่น นโยบายเกษียณ นโยบายเลื่อนตำแหน่ง การบริหารค่าจ้าง และการออกแบบแพ็กเกจสวัสดิการผลประโยชน์พนักงานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาระผูกพันตามกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายการเงิน ผู้บริหาร และนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ก็ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อบริหารกระแสเงินสดระยะยาว เพราะเงินชดเชยจำนวนมากสามารถกลายเป็นจุดเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้ทันที หากมีการเกษียณพร้อมกันหลายรายหรือมีการปรับโครงสร้างองค์กรในช่วงเวลาเดียวกัน

 

บทสรุป: กฎหมายแรงงาน มาตรา 118 กับการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตาม TAS19

ท้ายที่สุด การแก้ไขกฎหมาย มาตรา 118 ในปี 2562 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า “กฎหมายแรงงาน” และ “มาตรฐานบัญชี” ผูกพันกันอย่างแยกไม่ออก และองค์กรที่เข้าใจเพียงด้านใดด้านหนึ่งย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่าเสมอ การตระหนักว่า “เกษียณ เท่ากับ เลิกจ้าง” ทำให้บริษัทหรือนายจ้างสามารถเตรียมตั้งสำรองจากการคำนวณผลประโยชน์พนักงานได้อย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานบัญชีไทย ฉบับที่ 19 (TAS19) และสะท้อนภาระบุคลากรที่แท้จริงในงบการเงินได้โปร่งใสกว่าเดิม นี่คือข้อมูลสำคัญที่ช่วยผู้บริหารตัดสินใจอย่างรอบด้าน และเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างความมั่นคงด้านคนอย่างแท้จริงในระยะยาว


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page